อัตราการเต้นของหัวใจตามอายุ: ชีพจรขณะพักปกติ
อัปเดตล่าสุด: สิงหาคม 2026
คำตอบสั้น ๆ อาจทำให้หลายคนแปลกใจ นั่นคือทุกคนตั้งแต่อายุราวสิบปีขึ้นไปมีช่วงชีพจรขณะพักปกติเท่ากันหมด คือ 60–100 ครั้งต่อนาที ต่างจากความดันโลหิต ชีพจรขณะพักของคุณไม่ได้สูงขึ้นตามวัยที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนไปตามอายุคือค่าสูงสุดที่หัวใจของคุณไปถึงได้ และความดันที่อยู่เบื้องหลังการเต้นแต่ละครั้ง
ด้านล่างนี้คือแผนภูมิชีพจรขณะพักตั้งแต่ทารกแรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ ความดันชีพจรตามอายุ (ตัวเลขที่เครื่องวัดของคุณบอกเป็นนัยแต่ไม่เคยแสดงให้เห็น) และสิ่งที่ทำให้ชีพจรขณะพักขยับขึ้นหรือลงจริง ๆ
แผนภูมิอัตราการเต้นของหัวใจขณะพักปกติ
วัดขณะพัก คือนั่งพักสักไม่กี่นาที ไม่ใช่หลังดื่มกาแฟ ขึ้นบันได หรือเครียด:
| ชีพจรขณะพัก (bpm) | โดยทั่วไปหมายถึงอะไร |
|---|---|
| ต่ำกว่า 60 | บนกระดาษถือเป็นหัวใจเต้นช้า แต่บ่อยครั้งก็เป็นเพียงเรื่องของความฟิต หัวใจที่ผ่านการฝึกมาดีมักพักอยู่ที่ 40–60 จะมีความหมายก็ต่อเมื่อมาพร้อมอาการวิงเวียน อ่อนเพลีย หรือเป็นลม |
| 60–100 | ช่วงปกติของผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่สุขภาพดีส่วนมากอยู่ระหว่าง 60 ถึง 80 |
| สูงกว่า 100 | หัวใจเต้นเร็วขณะพัก สาเหตุที่เกิดเป็นครั้งคราวมักเป็นเรื่องธรรมดา (ไข้ ความเครียด คาเฟอีน ภาวะขาดน้ำ) แต่ชีพจรที่อยู่เหนือ 100 ขณะพักติดต่อกันหลายวันควรไปพบแพทย์ |
ค่าเดียวไม่ใช่คำตัดสิน ชีพจรของคุณเปลี่ยนได้ในทุกนาที จึงควรดูชีพจรขณะพักที่คุณเห็นซ้ำ ๆ โดยวัดด้วยวิธีเดิมและในเวลาเดียวกันของวันจะดีที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เทคนิคการวัดความดันโลหิตที่ถูกต้องให้คุณฟรีอยู่แล้ว เพราะทุกครั้งที่วัดด้วยเครื่องวัดจะได้ค่าชีพจรมาด้วย
อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักตามช่วงอายุ
เด็กมีชีพจรเร็วกว่า ส่วนช่วงของผู้ใหญ่ใช้ได้ตั้งแต่อายุราวสิบปีขึ้นไป:
| อายุ | ชีพจรขณะพักโดยทั่วไป (bpm) |
|---|---|
| ทารกแรกเกิด (0–1 เดือน) | 70–190 |
| ทารก (1–11 เดือน) | 80–160 |
| 1–2 ปี | 80–130 |
| 3–4 ปี | 80–120 |
| 5–6 ปี | 75–115 |
| 7–9 ปี | 70–110 |
| 10 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ใหญ่ | 60–100 |
| นักกีฬาที่ฝึกฝนมาดี | 40–60 |
ชีพจรปกติของคนอายุ 70 จึงเป็น 60–100 เท่ากับชีพจรปกติของคนอายุ 30 สิ่งที่เปลี่ยนไปในวัยผู้ใหญ่มีสองอย่าง คืออัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดลดลง (ค่าประมาณที่ใช้กันคือ 220 ลบด้วยอายุของคุณ) และหัวใจใช้เวลานานขึ้นเล็กน้อยกว่าจะเร่งขึ้นและกลับมาสงบ ทั้งสองอย่างไม่ได้ขยับช่วงขณะพักที่ถือว่าสุขภาพดีเลย
ความดันชีพจรตามอายุ
ความดันชีพจร คือช่องว่างระหว่างค่าความดันโลหิตสองค่าของคุณ นั่นคือซิสโตลิกลบไดแอสโตลิก ที่ 120/80 มม.ปรอท จะได้ 40 และ 30–50 คือช่วงปกติที่ดีต่อสุขภาพในวัยหนุ่มสาวและวัยกลางคน
นี่คือตัวเลขเกี่ยวกับชีพจรที่เปลี่ยนไปตามอายุจริง ๆ เมื่อหลอดเลือดแดงแข็งขึ้น ความดันซิสโตลิกจะสูงขึ้นขณะที่ไดแอสโตลิกค่อย ๆ ลดลง ช่องว่างจึงกว้างขึ้น ในวัย 50 และ 60 ปี ค่าราว 40–55 ถือว่าพบได้ทั่วไป และหลังอายุ 70 ปี ความดันชีพจร 50–60 ก็พบได้บ่อย ช่องว่างที่อยู่เหนือประมาณ 60 มม.ปรอทอย่างต่อเนื่องในผู้สูงอายุสัมพันธ์กับหลอดเลือดแดงที่แข็งขึ้นและความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่สูงขึ้น ไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน แต่ควรนำไปให้แพทย์ดู โดยเฉพาะเมื่อมาพร้อมกับค่าที่อยู่ในช่วงสูงอยู่แล้ว
ช่องว่างที่แคบมาก (ต่ำกว่าประมาณ 25) มักสะท้อนเพียงว่าค่าซิสโตลิกต่ำ ส่วนช่องว่างที่แคบต่อเนื่องพร้อมอาการอ่อนเพลียหรือวิงเวียนก็ควรนำไปคุยกับแพทย์เช่นกัน
ชีพจรกับความดันโลหิตเป็นการวัดคนละอย่าง
ทั้งสองค่าปรากฏด้วยกันบนหน้าจอเครื่องวัด แต่วัดคนละสิ่ง ความดันคือแรงที่กระทำต่อผนังหลอดเลือดแดง ส่วนชีพจรคือจำนวนครั้งที่หัวใจเต้นต่อนาที ค่าหนึ่งอาจปกติขณะที่อีกค่าไม่ปกติ คนที่ฟิตอาจมีชีพจรต่ำแต่ความดันสูง ความวิตกกังวลอาจทำให้ชีพจรพุ่งขึ้นขณะที่ความดันแทบไม่ขยับ ไม่มีค่าใดทำนายอีกค่าหนึ่งได้ จึงเป็นเหตุผลที่ชีพจรและความดันโลหิตมีคู่มือเต็มบทความของตัวเองบนเว็บไซต์นี้
อะไรทำให้ชีพจรขณะพักของคุณเปลี่ยน
ในชีวิตประจำวัน ตัวการที่พบบ่อยมีดังนี้:
- ความฟิต วิธีเดียวที่ทำให้ลดลงได้อย่างน่าเชื่อถือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิกสม่ำเสมอทำให้ชีพจรขณะพักลดลงภายในไม่กี่สัปดาห์
- ไข้และความเจ็บป่วย เพิ่มประมาณ 10 ครั้งต่อทุก 1 องศาเซลเซียสที่ไข้สูงขึ้น
- ภาวะขาดน้ำและอากาศร้อน ปริมาตรเลือดน้อยลง หัวใจจึงเต้นเร็วขึ้น
- คาเฟอีนและนิโคติน ทั้งคู่ดันให้สูงขึ้นได้นานหลายชั่วโมง
- ความเครียด ความวิตกกังวล และการนอนไม่ดี ระบบประสาทซิมพาเทติกทำให้ชีพจรพื้นฐานค้างอยู่ในระดับสูง
- ยา ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ทำให้ต่ำลง (ชีพจรขณะพัก 55 ขณะใช้ยานี้เป็นเรื่องที่คาดหมายได้) ส่วนยาลดน้ำมูกและยาพ่นสำหรับโรคหืดบางชนิดทำให้สูงขึ้น
- ไทรอยด์ ทำงานมากเกินไปทำให้สูงขึ้น ทำงานน้อยเกินไปทำให้ต่ำลง
ควรไปพบแพทย์โดยเร็วหากชีพจรขณะพักสูงกว่า 100 อย่างต่อเนื่อง ต่ำกว่า 50 พร้อมอาการวิงเวียนหรือเป็นลม หรือจังหวะการเต้นรู้สึกไม่สม่ำเสมอ เต้นรัว หรือเหมือนข้ามจังหวะ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการเจ็บหน้าอกหรือหายใจไม่อิ่มร่วมด้วย ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉิน
การบันทึกชีพจร: สมุดจดกับแอป
ค่าชีพจรค่าเดียวแทบไม่ตอบอะไรเลย แต่แนวโน้มตอบได้มาก ทั้งการออกกำลังกายของคุณได้ผลหรือไม่ ยาขนาดใหม่ทำให้ร่างกายนิ่งขึ้นหรือยัง และเช้าที่ชีพจรเต้นเร็วเหล่านั้นเป็นรูปแบบหรือเป็นเรื่องบังเอิญ สมุดจดเก็บตัวเลขได้ก็จริง แต่การเฉลี่ยค่าทั้งเดือนหรือสังเกตว่าชีพจรของคุณสูงขึ้นสิบครั้งในวันที่นอนไม่ดี คือการคำนวณที่ไม่มีใครนั่งทำด้วยมือ
แอปบันทึกความดันโลหิตบันทึกชีพจรให้อัตโนมัติทุกครั้งที่วัด เพียงส่องกล้องไปที่เครื่องวัด แอปก็อ่านครบทั้งสามค่า จากนั้นแสดงกราฟชีพจรคู่กับความดันในช่วงเวลาใดก็ได้ คำนวณค่าเฉลี่ย และส่งออกเป็น PDF พร้อมนำไปให้แพทย์ดู ใช้ฟรี เป็นส่วนตัว ซิงก์ผ่าน iCloud และไม่ต้องสมัครบัญชี
คำถามที่พบบ่อย
คนอายุ 70 ปี ชีพจรเท่าไหร่ถึงเรียกว่าปกติ
เท่ากับผู้ใหญ่ทุกวัย คือ 60–100 ครั้งต่อนาที ขณะพัก อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักไม่ได้สูงขึ้นตามอายุแบบที่ความดันโลหิตเป็น สิ่งที่ลดลงตามอายุคืออัตราสูงสุดขณะออกแรง ส่วนสิ่งที่มักกว้างขึ้นแทนคือความดันชีพจร ซึ่งเป็นช่องว่างระหว่างค่าความดันโลหิตสองค่า
ชีพจรขณะพัก 55 ถือว่าปกติไหม
บ่อยครั้งถือว่าปกติ คนที่ฟิตและผู้ที่ใช้ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์มักมีชีพจรขณะพักอยู่ในช่วง 50 กว่า ส่วนนักกีฬาที่ฝึกมาดีอยู่ในช่วง 40 กว่า ควรไปพบแพทย์เมื่อชีพจรต่ำมาพร้อมอาการ เช่น วิงเวียน อ่อนเพลียผิดปกติ หรือเกือบเป็นลม หรือเมื่อเพิ่งเกิดขึ้นใหม่และหาสาเหตุไม่ได้
ความดันชีพจรเท่าไหร่ถึงเรียกว่าปกติ
ซิสโตลิกลบไดแอสโตลิก โดยทั่วไปอยู่ที่ 30–50 มม.ปรอท และค่าตามตำราคือ 40 (120/80) ค่านี้กว้างขึ้นตามอายุอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนช่องว่างที่สูงกว่าประมาณ 60 อย่างต่อเนื่องในผู้สูงอายุควรนำไปคุยกับแพทย์
หัวใจเต้น 110 ครั้งต่อนาที อันตรายไหม
ระหว่างทำกิจกรรม เครียด หรือมีไข้ ไม่อันตราย นั่นคือหัวใจกำลังทำหน้าที่ของมัน แต่ขณะพักและเกิดขึ้นซ้ำ ๆ 110 ถือว่าสูงกว่าช่วงปกติและควรไปตรวจ สาเหตุที่พบบ่อยมีตั้งแต่ภาวะขาดน้ำและคาเฟอีน ไปจนถึงปัญหาไทรอยด์และความผิดปกติของจังหวะการเต้น ซึ่งส่วนใหญ่รักษาได้ดี
ความดันโลหิตสูงแปลว่าชีพจรสูงด้วยหรือไม่
ไม่ ทั้งสองค่าเป็นอิสระต่อกัน ความดันโลหิตคือแรงที่กระทำต่อผนังหลอดเลือดแดง ส่วนชีพจรคือจำนวนครั้งที่หัวใจเต้นต่อนาที หลายคนที่มีความดันโลหิตสูงมีชีพจรขณะพักปกติดีหรือกระทั่งต่ำ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ ความเป็นอิสระต่อกันนี้เองคือเหตุผลที่ควรติดตามทั้งสองค่าไปพร้อมกัน